Affordable Access

ผู้สูงอายุกับการขัดเกลาทางสังคมในครอบครัว ในการสืบทอดคุณธรรมแก่เยาวชนในกรุงเทพมหานคร

Authors
Publisher
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Date
Keywords
  • ผู้สูงอายุ
  • สังคมประกิต

Abstract

ศึกษาบทบาทของผู้สูงอายุในการขัดเกลาด้านคุณธรรมแก่เยาวชนในครอบครัว ประเด็นที่ศึกษาประกอบด้วยลักษณะ 3 ด้าน คือ 1) ความสำนึกในคุณธรรมของผู้สูงอายุ ได้แก่ ความเมตตา ความกตัญญู ความซื่อสัตย์ ความยุติธรรมและความเสียสละ 2) ความพึงพอใจในการสืบทอดคุณธรรม และ 3) ความสำเร็จในการขัดเกลาด้านคุณธรรม โดยพิจารณาจากความสำนึกในคุณธรรมของเยาวชน ซึ่งแต่ละด้านเกี่ยวข้องกับปัจจัยบางประการ เช่น เพศ ศาสนา ภูมิลำเนา สถานภาพสมรส การศึกษา เศรษฐกิจ สุขภาพ ความสัมพันธ์ในครอบครัว การร่วมกิจกรรมทางสังคม การสนับสนุนทางสังคม และความใกล้ชิดกับเยาวชน นอกจากนั้นศึกษาถึงระดับความสำนึกในคุณธรรม และความพึงพอใจในการสืบทอดคุณธรรมของผู้สูงอายุ ตลอดจนเปรียบเทียบความแตกต่างกับปัจจัยที่เกี่ยวข้อง การรวบรวมข้อมูล ใช้แบบสอบถามที่มีค่าความเชื่อมั่น 0.89 สุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงกลุ่มเป้าหมาย กลุ่มตัวอย่างที่ศึกษามีจำนวน 230 คน โดยได้จากประชากรชาวพุทธ ชาวมุสลิม และชาวคริสต์ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลตือ การแจกแจงความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การทดสอบความมีนัยสำคัญระหว่างค่าเฉลี่ยเลขคณิต หรือค่าที การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว และสหสัมพันธ์ถดถอยพหุคูณแบบมีขั้นตอน ผลการวิจัยพบว่า 1) ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อความสำนึกในคุณธรรมของผู้สูงอายุมี 4 ปัจจัย ได้แก่ การสนับสนุนทางสังคม ศาสนา เศรษฐกิจและความสัมพันธ์ในครอบครัว และมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 โดยปัจจัยทั้ง 4 สามารถทำนายความแปรปรวนต่อความสำนึกในคุณธรรมได้ร้อยละ 22.38 2) มีเพียงปัจจัยเดียว คือ การสนับสนุนทางสังคมซึ่งมีอิทธิพลต่อความพึงพอใจ ในการสืบทอดคุณธรรมของผู้สูงอายุ อย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 โดยสามารถทำนายความแปรปรวนต่อความพึงพอใจในการสืบทอดคุณธรรมได้ร้อยละ 11.32 และ 3) ไม่มีปัจจัยใดที่มีอิทธิพลต่อความสำเร็จของผู้สูงอายุ ในการขัดเกลาด้านคุณธรรมแก่เยาวชน นอกจากนั้น พบว่าผู้สูงอายุมีระดับความสำนึกในคุณธรรมและความพึงพอใจในการสืบทอดคุณธรรมอยู่ในระดับสูง และพบว่ามีปัจจัยเพียงด้านเดียวคือ ศาสนาของผู้สูงอายุต่อความสำนึกในคุณธรรม มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ส่วนความพึงพอใจในการสืบทอด พบว่า ทุกปัจจัยไม่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญที่ระดับ 0.05 ผลการวิจัยสรุปได้ว่า ผู้สูงอายุส่วนใหญ่ยังมีความสำนึกในคุณธรรมสูงและมีความพึงพอใจในการทำหน้าที่สืบทอดคุณธรรมแก่เยาวชน แสดงว่าผู้สูงอายุยังคงมีความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในสังคมเมือง ส่วนความสำเร็จในบทบาทดังกล่าว จะต้องอาศัยปัจจัยอีกหลายประการ ฉะนั้นสมาชิกในสังคมควรสนับสนุนอย่างจริงจังให้ผู้สูงอายุ ได้มีโอกาสแสดงบทบาทดังกล่าวอย่างเหมะสมในสังคมไทย

There are no comments yet on this publication. Be the first to share your thoughts.

Statistics

Seen <100 times
0 Comments