Affordable Access

ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณโฟเลตในอาหารที่บริโภคกับปริมาณโฟเลตในเลือดและน้ำนมแม่ของสตรีให้นมบุตร ณ โรงพยาบาลศรีวิชัย 2

Authors
Publisher
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Date
Keywords
  • มารดาและทารก
  • มารดาและบุตร
  • น้ำนมคน
  • การเลี้ยงลูกด้วยนมแม่
  • กรดโฟลิก

Abstract

โฟเลตเป็นวิตามินบีชนิดหนึ่งที่มีบทบาทสำคัญต่อการเจริญเติบโต และการแบ่งตัวของเซลล์ในร่างกายในสตรีตั้งครรภ์และสตรีให้นมบุตร การได้รับปริมาณโฟเลตไม่เพียงพออาจส่งผลให้ทารกเกิดภาวะโลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงใหญ่ได้ การศึกษานี้ได้วิเคราะห์ปริมาณโฟเลตในเลือด และน้ำนมในกลุ่มตัวอย่างที่เป็นสตรีให้นมบุตรจำนวน 75 คนที่มาพบแพทย์ ณ คลินิกนมแม่ โรงพยาบาลศรีวิชัย 2 ด้วยวิธีทางจุลชีววิทยาโดยใช้เชื้อ Lactobacillus casei, ATCC. No. 7469 และประเมินพฤติกรรมการบริโภคโดยใช้แบบสอบถามอาหารที่บริโภคย้อนหลัง 24 ชั่วโมง และแบบสอบถามความถี่อาหารบริโภคกึ่งปริมาณ ปริมาณโฟเลตที่ได้รับจากอาหารจากการคำนวณจากแบบสอบถามอาหารที่บริโภคทั้ง 2 แบบ พบว่ากลุ่มตัวอย่างได้รับโฟเลตจากอาหาร 289.69 ± 21.10 และ 405.32 ± 22.60 ไมโครกรัม ตามลำดับ ซึ่งต่ำกว่าความต้องการสำหรับสตรีให้นมบุตร และพบว่าปริมาณโฟเลตเฉลี่ยในซีรัม ในเม็ดเลือดแดง และในน้ำนมแม่ 9.31 ± 2.17, 305.19 ± 12.06 และ 34.09 ± 3.48 นาโนกรัม/มิลลิลิตร ตามลำดับ ซึ่งปริมาณโฟเลตในน้ำนมแม่มีปริมาณที่ไม่เพียงพอกับความต้องการของทารก เนื่องจากทารกในช่วง 2-3 เดือนแรกจะได้รับโฟเลตจากนมเท่านั้น สำหรับปริมาณโฟเลตที่ได้รับจากอาหารซึ่งคำนวณจากการบริโภคอาหารย้อนหลัง 24 ชั่วโมง พบว่ามีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับปริมาณโฟเลตในซีรัม (r = 0.733, p = 0.001) จากแบบสอบถามความถี่อาหารบริโภคกึ่งปริมาณมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญกับปริมาณโฟเลตในเม็ดเลือดแดง และในน้ำนมแม่ (r = 0.672, 0.668; p = 0.001 ตามลำดับ) นอกจากนี้ผลการศึกษายังพบว่าปริมาณโฟเลตในน้ำนมแม่สัมพันธ์กับปริมาณโฟเลตในเม็ดเลือดแดง (r = 0.878, p = 0.001) เนื่องจากปริมาณโฟเลตในน้ำนมแม่จะสัมพันธ์กับปริมาณโฟเลตที่แม่ได้รับจากอาหารที่บริโภคและภาวะโฟเลตของแม่ ดังนั้นสตรีให้นมบุตรควรได้รับคำแนะนำและส่งเสริมให้บริโภคอาหารที่มีโฟเลตสูงเพื่อเฝ้าระวังภาวะขาดโฟเลตในทารก

There are no comments yet on this publication. Be the first to share your thoughts.