Affordable Access

รูปแบบการจัดการทรัพยากรการเงินสำหรับหลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ : กรณีศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร

Authors
Publisher
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Date
Keywords
  • ปริญญาดุษฎีบัณฑิต
  • มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
  • การศึกษา -- การเงิน
  • การวางแผนหลักสูตร

Abstract

การวิจัยมีวัตถุประสงค์ เพื่อ 1) พัฒนาหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนสำหรับหลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (D.B.A. E-learning) 2) วิเคราะห์การจัดการทรัพยากรสำหรับหลักสูตร (D.B.A. E-learning) และ 3) พัฒนารูปแบบการจัดการทรัพยากรการเงินสำหรับหลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิตผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ของกรณีศึกษาการเก็บข้อมูลได้จากผู้เชี่ยวชาญการจัดหลักสูตรบริหารธุรกิจดุษฎีบัณฑิต (D.B.A.) และการจัดหลักสูตรผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ในประเทศไทย รวมถึงจากสถาบันการศึกษาต่างประเทศ 33 แห่งจากประเทศสหรัฐอเมริกา กลุ่มประเทศยุโรป ประเทศออสเตรเลียและประเทศกลุ่มในเอเชียซึ่งเปิดดำเนินการหลักสูตร (D.B.A. E-learning) เกณฑ์ในการวิเคราะห์การจัดการทรัพยากรได้จากการสกัดต้นทุนกิจกรรม 5 ประเภทสำหรับการเรียนผ่านเครือข่ายของรัมเบิล (2001) ข้อมูลกรณีศึกษาของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานครได้จากการสัมภาษณ์อธิการบดีและหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รูปแบบทั้งหมดจากการวิจัยนี้ได้รับการตรวจสอบจากผู้เชี่ยวชาญ ผลการวิจัยสรุปได้ดังนี้คือ 1. หลักสูตร (D.B.A. E-learning) เป็นหลักสูตรที่ตอบสนองทั้งกลุ่มนักวิชาชีพธุรกิจและนักวิชาการและมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มพูนองค์ความรู้ด้านบริหารธุรกิจทั้งทางทฤษฎีและการปฏิบัติ หลักสูตรประกอบด้วยรายวิชาเป็นสหวิชามีหน่วยกิตรวม 66 หน่วยกิต มีรายวิชา 10 วิชารวม 30 หน่วยกิตและวิทยานิพนธ์ 36 หน่วยกิต ค่าธรรมเนียมการศึกษาตลอดหลักสูตรอยู่ในระดับเฉลี่ยรวม 725,934 บาท รูปแบบหลักสูตรที่เหมาะสมเป็นอีเลิร์นนิ่งแบบผสมผสาน โดยร้อยละ 70 ของเวลาที่เรียนเป็นการเรียนด้วยตนเองผ่านบทเรียนคอมพิวเตอร์ออนไลน์และที่เหลือเป็นการเรียนด้วยการสัมมนาแบบเผชิญหน้า 2. ผลการวิเคราะห์แสดงให้เห็นว่ากิจกรรมที่สำคัญที่สุดใน 5 กิจกรรมคือการพัฒนาเนื้อหาสาระและสื่อการสอน รองลงมาคือการพัฒนาระบบจัดการสอน (LMS) และกิจกรรมที่เหลืออื่นๆ และพบว่ามีทางเลือกในการจัดการทรัพยากร 2 ทางคือการจัดหาจากภายนอกและการจัดสรรภายในองค์กร กรณีที่สององค์กรอาจต้องจัดหาบุคคลากรและอุปกรณ์เพิ่มเติม กรณีศึกษา (MUT) เลือกที่จะการพัฒนาสื่อการสอนและระบบจัดการสอนเอง ดังนั้นจึงต้องคัดสรรบุคลากรเพิ่มสำหรับทีมพัฒนาสื่อการสอนและระบบจัดการสอน อาทิ ผู้ออกแบบการสอน ผู้ออกแบบกราฟิก ผู้วิเคราะห์ระบบและโปรแกรมเมอร์ รวมถึงอุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับทีม 3. ผลสรุปที่พบจากประมาณการทางการเงิน 3 งบการเงินซึ่งประกอบด้วยงบดุล งบรายได้ค่าใช้จ่ายและงบกระแสเงินสด รวมถึงการวิเคราะห์การเงินชี้ว่า การพัฒนาเนื้อหาสาระและสื่อการสอนมีการลงทุนสูงที่สุดประมาณร้อยละ 65 ของเงินลงทุนเริ่มแรก และพบว่าโครงการนี้ให้ผลตอบแทนต่อปีสูงโดยมีค่า ROI ร้อยละ 254.5 ค่า IRR ร้อยละ 139.5 ระยะเวลาคืนทุนเพียง 1.34 ปี จุดคุ้มทุนที่ 26 คนต่อปี มูลค่าโครงการ (NPV) 53.9 ล้านบาทเทียบกับการลงทุนเริ่มต้น 6.7 ล้านบาท ผลการวิเคราะห์ความไว 4 กรณียืนยันความเป็นไปได้ของโครงการโดยให้อัตราผลตอบเฉลี่ยที่ยังคงสูงเทียบกับต้นทุนเงินลงทุนที่ร้อยละ 7.119 ต่อปีคือมีค่า ROI ร้อยละ 132.2 ค่า IRR ร้อยละ 139.5 และมูลค่าโครงการ 23.6 ล้านบาท ข้อเสนอแนะสำหรับการวิจัยคือ 1) ปรับข้อบังคับเกี่ยวกับหลักสูตรและการจัดการเรียนการสอนให้เหมาะกับการเรียนลักษณะนี้โดยเฉพาะและเพิ่มรายละเอียดในเกณฑ์สำหรับการจัดระบบการศึกษาทางไกลฉบับปัจจุบัน 2) จัดการทรัพยากรโดยใช้แหล่งภายนอกให้มากขึ้นเพื่อลดต้นทุนระยะยาว 3) ปรับรูปแบบนี้ตามบริบทของแต่ละสถาบันก่อนการนำไปใช้ในการตัดสินใจ

There are no comments yet on this publication. Be the first to share your thoughts.

Statistics

Seen <100 times
0 Comments