Affordable Access

การจำแนกความแตกต่างของฐานกรณ์ชุดพยัญชนะต้นกักด้วยวิธีสมการจุดร่วม : กรณีศึกษาภาษา ม้ง เมี่ยน และมัล

Authors
Publisher
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Date
Keywords
  • สัทศาสตร์

Abstract

วัตถุประสงค์ของงานวิจัยนี้ คือ การพิสูจน์ว่าวิธีสมการจุดร่วม (Locus Equation / LE) สามารถนำมาใช้จำแนกฐานกรณ์ของพยัญชนะชุดกัก 3 ฐานกรณ์ ได้แก่ ริมฝีปาก ปุ่มเหงือก และเพดานอ่อน ในภาษาม้ง (ม้งขาว)เมี่ยน และมัล ได้อย่างชัดเจนทั้ง 3 ภาษา ภาษาที่ใช้ในงานวิจัยนี้เป็นตัวแทนภาษาเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ ในตระกูลม้ง-เมี่ยน ได้แก่ ภาษาม้ง และเมี่ยน และตระกูลออสโตรเอเซียติก ตระกูลย่อยมอญ-เขมร สาขาขมุอิก ได้แก่ ภาษามัล เก็บข้อมูลที่ตำบลป่ากลาง อำเภอปัว จังหวัดน่าน ข้อมูลคำตัวอย่างที่ใช้ในงานวิจัย มีโครงสร้างพยางค์ คือ CV:(C) โดยพยัญชนะต้นประกอบด้วย พยัญชนะต้นกักที่มีลักษณะการออกเสียงแตกต่างกัน ได้แก่ พยัญชนะต้นกักอโฆษะสิถิล พยัญชนะต้นกักอโฆษะธนิต และพยัญชนะต้นกักโฆษะ ในการวิจัยใช้ผู้บอกภาษาเพศหญิง จำนวน 9 คน (ภาษาละ 3 คน) และมีจำนวนคำทดสอบที่ใช้วัดค่าทางกลสัทศาสตร์ทั้งสิ้น 1,809 คำ ประกอบด้วย ภาษาม้ง 432 คำ ภาษาเมี่ยน 648 คำ และภาษามัล 729 คำ วิธีสมการจุดร่วมเป็นวิธีการทางกลสัทศาสตร์แนวใหม่ ที่ใช้จำแนกความแตกต่างทางฐานกรณ์ของ พยัญชนะกัก โดยอาศัยความสัมพันธ์ของค่าความถี่ฟอร์เมินท์ที่ 2 ของทุกสระที่ปรากฏร่วมกับพยัญชนะต้นกัก ณ จุดที่กระแสลมระเบิดออก (F2 at burst) และ จุดที่ 50% ของเสียงสระ (F2 vowel) วิธีการนี้เป็นการคำนวณหาสมการเส้นตรงจากกราฟแสดงความสัมพันธ์เชิงเส้น โดยความสัมพันธ์ที่ได้เกิดจากค่า F2 at burst ที่แสดงในแกน y และ ค่า F2 vowel ที่แสดงในแกน x ค่าที่ปรากฏในสมการเส้นตรง คือ ค่าความชันและค่าจุดตัดแกน y ซึ่งมีลักษณะแตกต่างกัน เป็นค่าที่ใช้จำแนกฐานกรณ์พยัญชนะกัก ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้วัดค่าความถี่ฟอร์เมินท์ด้วยโปรแกรม พราท (Praat) และหาค่าความชันและค่าจุดตัดแกน y ด้วยโปรแกรม Microsoft Excel ผลการวิจัยที่ได้ พบว่า วิธีสมการจุดร่วมใช้จำแนกความแตกต่างระหว่างพยัญชนะกักริมฝีปาก พยัญชนะกัก ปุ่มเหงือก และพยัญชนะกักเพดานอ่อน ในภาษาม้ง เมี่ยน และมัลได้ ผลการวิจัยสนับสนุนสมมุติฐาน กล่าวคือ ค่าความชันในพยัญชนะกักเพดานอ่อนจะสูงที่สุด ส่วนพยัญชนะกักปุ่มเหงือกจะต่ำที่สุด นอกจากนี้ยังยืนยันความแตกต่างว่ามีนัยสำคัญหรือไม่ด้วยการนำค่าความชันมาทดสอบทางสถิติ F-test โดยกำหนดระดับนัยสำคัญที่ 0.05 ในแต่ละภาษา ผลที่ได้ พบว่า ค่าความชันมีความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติทั้ง 3 ภาษา จากข้อค้นพบในงานวิจัยนี้สรุปได้ว่าค่าความชันมีประสิทธิภาพในการจำแนกความต่างมากกว่าค่าจุดตัดแกน y นั่นคือ สามารถใช้ บ่งบอกและจำแนกความแตกต่างของฐานกรณ์ได้ชัดเจนที่สุด ผลการวิจัยที่ได้ช่วยยืนยันว่าการวิเคราะห์ฐานกรณ์ของพยัญชนะกักทางกลสัทศาสตร์ด้วยวิธีการสมการจุดร่วมซึ่งเป็นวิธีการใหม่ มีความเที่ยงตรงน่าเชื่อถือ

There are no comments yet on this publication. Be the first to share your thoughts.

Statistics

Seen <100 times
0 Comments