Affordable Access

การสร้างโมเดลทางสถิติเพื่อการวิเคราะห์ความหนาแน่น ของการจราจรทางอากาศ ณ ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ

Authors
Publisher
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
Publication Date
Keywords
  • จราจร
  • การควบคุมจราจรทางอากาศ

Abstract

วัตถุประสงค์ในการวิจัย 1.เพื่อศึกษาเกี่ยวกับการจัดลำดับการเข้าแถวคอย (Queuing Problem) ของเครื่องบินที่มารองลงสนาม จากสายการบินต่าง ๆ ณ ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ 2.เพื่อศึกษาเกี่ยวกับลักษณะดิสทริบิวชั่น (distribution) ของเครื่องบินที่เข้ามาในทุกทิศทางโดยรอบ ว่าจะมีดิสทริบิวชั่น (distribution) ในแบบใด 3.เพื่อศึกษาลักษณะของดิสทริบิวชั่น (distribution) ของเวลาที่หอบังคับการบิน ให้การบริการ นำเครื่องบินลงสู่สนามเรียบร้อย โดยใช้เวลาที่น้อยที่สุด ถึงเวลาที่นานที่สุด ว่าจะมีดิสทริบิวชั่น (distribution) ชนิดใด 4.เพื่อสร้างแบบจำลอง (model) ทางคณิตศาสตร์สำหรับวิจัยความหนาแน่นของอากาศยาน ณ ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ในการศึกษาเกี่ยวกับความยาวของแถวคอย (Queue length) , เวลาเฉลี่ยของเครื่องบินที่ต้องคอยลงสนามในชั่วโมงที่คับคั่ง (busy time) และในช่วงเวลาที่ว่าง ไม่มีเครื่องเข้ามา (idle time) 5.เพื่อเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายของเครื่องบินที่ต้องคอยลงสนาม กับค่าใช้จ่ายในการเพิ่มสถานีบริการว่าจะคุ้มค่าหรือไม่ วิธีดำเนินการวิจัย ข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย ได้รวบรวมปริมาณเครื่องบินจากหอบังคับการบิน ในรอบ 7 วัน จากวันที่ 18 – 28 ต.ค. 14 และแบ่งเป็นช่วงละ 1 ช.ม. โดยละทิ้งในช่วงที่มีเครื่องบินเข้ามาน้อยมาก ในบางช่วงเช่นในตอนดึกเวลา 01.00 – 05.00 นำข้อมูลที่ได้นี้มาหาเวลาเฉลี่ยที่เครื่องบินแต่ละเครื่องเข้ามาห่างกัน (interarrival time) แล้วเขียนโค้งจากเวลาที่สั้นที่สุดถึงเวลาที่ยาวที่สุด ผลที่ได้จะเป็นโค้งเอ๊กโพเนนเชี่ยล (expo-nontial) ทำให้คาดว่าดิสทริบิวชั่นของเครื่องบินที่เข้ามา (arrival) มีลักษณะเป็นบัวซองดิสทริบิวชั่น (Poisson distribution) และเมื่อทดสอบข้อมูลชุดเดียวกันนี้กับค่าที่คำนวณได้ตามทฤษฏี โดยวิธีไครสแคว (Chi-square test) ก็จะสนับสนุนตามที่คาดไว้ทุกประการ และในทำนองเดียวกันถ้านำข้อมูลชุดของเวลาที่ให้บริการของหอบังคับซึ่งเก็บรวบรวมได้จากเจ้าหน้าที่และแผนกสถิติของหอบังคับการบิน มาทดสอบโดยเปรียบเทียบข้อมูลจริงกับค่าที่คำนวณได้ตามทฤษฏี โดยวิธีไคสแคว (Chi-square test) ก็จะยอมรับว่าเวลาที่ให้บริการของหาบังคับการบินมีลักษณะเป็น เอ๊กโพเนนเชี่ยล นอกจากนั้นยังได้ใช้ข้อมูลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายของสนามบินจากกองบำรุงสนามบิน คือค่าไฟส่องสนาม ไฟฟ้าที่ใช้กับเครื่องช่วยในการลงสนาม (Navigation Aid) เดือนละ 600,000 บาท ส่วนค่าเชื้อเพลิงที่เครื่องบินแบบโบอิง 707 ใช้ประมาณ ช.ม. ละ 13,500 บาท เป็นตัวเลขที่ได้จากบริษัทน้ำมันเอสโซ่ สรุปผลของการวิจัย ผลของการวิจัยจะพบว่า 1.เครื่องบินที่บินเข้าสู่สนามบิน เพื่อรอลงสนามมีลักษณะเป็นตัวแปรสุ่ม (ran-dom variable) ที่ต่อเนื่อง (continuous time) ชนิดหนึ่ง เมื่อพิจารณาในรอบ 24 ช.ม. จำนวนเครื่องบินที่รวบรวมได้จึงเป็นสโตคาสติคโปรเสส (Stochastic process) และมาร์คอฟ เชน (Markov Chain) อย่างหนึ่ง 2.ลักษณะของดิสทริบิวชั่น (distribution) ของเครื่องบินที่เข้ามาโดยรอบ จะเป็นปัวซอง โปรเสส (Poisson process) มีอัตราเฉลี่ยประมาณ 4.7 เครื่อง ต่อชั่วโมง 3.เวลาที่ให้บริการ (service time) มีดิสทริบิวชั่นเป็นแบบเอ๊กโพ-เนนเชี่ยล (exponential) มีอัตราเฉลี่ยบริการได้ประมาร 4.4 นาทีต่อเครื่อง 4.ความน่าจะเป็นในช่วยที่ไม่มีเครื่องบินเข้ามา (P_o) มีค่าสูง คือ ประมาณ 0.65 และจำนวนเฉลี่ยของเครื่องบินในแถวคอยมีค่าต่ำ คือประมาณ 0.52 เครื่องต่อชั่วโมง 5.ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ยังพอให้บริการแก่สายการบินต่าง ๆ ได้พอสมควรแต่ถ้าปริมาณของสายการบินและเที่ยวบินเพิ่มขึ้นในอัตราร้อยละ 20 เหมือนปัจจุบันนี้แล้วคาดว่าอีก 5 – 10 ปีข้างหน้า จำเป็นต้องเพิ่มทางวิ่ง (run way) อีก 1 ทาง นอกเสียจากปริมาณเครื่องบินจะไม่เพิ่มเนื่องจากภาวะน้ำมันที่ส่งผลกระทบกระเทือนอยู่ในขณะนี้

There are no comments yet on this publication. Be the first to share your thoughts.

Statistics

Seen <100 times
0 Comments